วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2555

Meta Tag Optimization (การเขียน Meta Element ให้เหมาะกับการทำ SEO)


Metadata Elements หรือ Meta Tag คือ ส่วนของซอร์สโค๊ดที่อยู่ใน Head (ส่วนหัว) ของเอกสาร HTML โดยปกติเมื่อเราเปิดหน้าเว็บไซต์หนึ่ง ๆ ขึ้นมา ส่วนของ Head จะถูกประมวลผลก่อน ดังนั้น Meta Tag จึงเป็นส่วนที่บอกคุณลักษณะของเว็บนั้น ๆ ว่าเป็นเว็บเกี่ยวกับอะไร แสดงผลด้วยภาษาอะไร ใครเป็นผู้เขียน มีคำค้นที่ใช้ว่าอะไร เป็นต้น

ซึ่ง Robot ของ Search Engine จะเก็บข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในการประมวลผลจัดเก็บเว็บไซต์ เรามาทำความรู้จักกับ Meta Element แต่ละ Tags กันดีกว่าครับ ผมจะใช้ความรู้สึกของผมในการวัดว่า Tagsใด มีผลกับการทำ SEO มากหรือน้อยในวงเล็บหลังหัวข้อนะครับ (ซึ่งไม่จำเป็นต้องเชื่อผมก็ได้)
Title Element - Page Titles (มีผลกับการทำ SEO มาก)
ใช้สำหรับบอกว่า หน้าเว็บไซต์ที่กำลังแสดงผลอยู่มีหัวข้อว่าอะไร เช่น
<title>SEO - Meta Tags</title>
Meta Description Tag (มีผลกับการทำ SEO ปานกลาง)
ใช้สำหรับแสดงรายละเอียดสั้น ๆ ของหน้าเว็บไซต์ที่กำลังแสดงผลอยู่ ไม่ควรเขียนให้สั้น หรือ ยาวจนเกินไป ข้อความที่เขียนควรสัมพันธ์กับเนื้อหาของหน้านั้น ๆ ด้วยนะครับ เช่น
<meta name=”description” content=”Thailand Search Engine Optimization Blog” />
Meta Keywords Tag (มีผลกับการทำ SEO ปานกลาง)
ใช้สำหรับระบุคำค้น ที่สามารถเข้ากันได้กับเนื้อหาในหน้าเว็บนั้น ๆ สามารถใส่ได้หลายคำ และแบ่งคำโดยใช้เครื่องหมายจุลภาค ( , ) เช่น
<meta name=”keywords” content=”seo,seo thai,seo blog,seo tools” />
Meta Language Tag (มีผลกับการทำ SEO มาก)
ใช้สำหรับระบุว่า หน้าเว็บไซต์นั้น ๆ มีเนื้อหาเป็นภาษาอะไร เช่น
<meta http-equiv=”content-language” content=”th” />
Meta Content Type Tag (มีผลกับการทำ SEO มาก)
ใช้สำหรับระบุว่า หน้าเว็บไซต์นั้น ๆ สามารถแสดงผลได้ถูกต้องด้วยชุดตัวอักษรแบบใด และเป็นเอกสารประเภทอะไร เช่น
<meta http-equiv=”content-type” content=”text/html; charset=UTF-8″ />
Meta Revisit-After Tag (มีผลกับการทำ SEO ปานกลาง)
ใช้สำหรับบอกกับ Robot ของ Search Engine ว่า ให้มาเก็บข้อมูลอีกครั้งในอีกกี่วันข้างหน้า เช่น
<meta name=”revisit-after” content=”7 days” />
Meta Robots Tag (มีผลกับการทำ SEO มาก)
ใช้สำหรับบอก Robot ของ Search Engine ว่าให้ Robot เก็บข้อมูลในหน้านั้นไป Indexs หรือไม่ หรือ ให้ Robot เดินทางไปตาม Links ที่ปรากฎในหน้านั้น ๆ หรือไม่ เช่น
<meta name=”robots” content=”index, follow” />
นอกจากข้างต้นแล้ว ยังมี Meta Element อีกหลาย Tags ซึ่งผมจะไม่ขอกล่าวถึงครับ เพราะไม่ค่อยเกี่ยวกับเรื่อง SEO ขอให้ทุกท่านสนุกกับการปรับแต่ง Header ของเอกสาร HTML เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการทำ SEO นะครับ

วันศุกร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2555

เรื่องความปลอดภัย header

 เรื่องความปลอดภัย กรณีอยากเช็คว่า user มีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลนั้นรึเปล่า ถ้าไม่มีสิทธิ์ก็ให้ redirect ไปหน้าอื่น ดังตัวอย่าง

1. ไม่มี exit()
<?php
header("location:exit.php");
?>
ความลับ
Kong Prapan XXX

2. แบบมี exit()
<?php
header("location:exit.php");
exit();
?>
ความลับ
Kong Prapan XXX

ถ้าเราลองใช้ tool พวก HTTP sniffer หรือพวก Packet Sniffer ดูก็จะเห็นข้อมูล "ความลับ"
แต่ถ้าแบบที่สอง เราจะไม่เห้นข้อมูล "ความลับ"

Result แบบไม่มี exit: www.dizcode.com/live-demo/ss-1.png
Result แบบมี exit(): www.dizcode.com/live-demo/ss-2.png

จะเห็นได้ว่าแบบที่ 1 จะเห็นข้อความอยู่ ถึงแม้ว่าจะ set header ไปหน้าอื่นแล้วก็ตาม แต่แบบที่ 2 นั้นไม่เห็น

ซึ่งจริงๆแล้วอาจจะไม่ต้องใช้ exit(); เสมอไป อาจจะใช้ if{}else{} เป็นตัวเช็คแทนก็ได้

วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เครื่องหมาย :: ใน parent::__construct($message, $code);

เครื่องหมาย ::

เป็นการเข้าถึง static หรือ constant member ของ class 
และรวมถึง method หรือ ตัวแปรที่เรา override มาด้วยครับ

และคำข้างหน้า เครื่องหมาย :: 
บางทีจะเห็นเป็น parent บางทีอาจเห็นเป็นชื่อ class

ก็หมายถึง 

หากเป็นการเรียกใช้ภายใน class จะใช้ parent
และเช่นเดียวกัน 
หากเรียกใช้ภายนอก class แน่นอนครับ parent ใช้ไม่ได้ ก็ต้องหันไปใช้ชื่อ class แทน



Exam

class A {

    function __construct($message, $code);
}
class B extends A {
    function test(){
        parent::__construct($message, $code); // คือการเรียกให้ Class แม่ทำงานใน Method ที่เราเรียกครับ
    }
}

วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555

การทำให้ Google รู้จักเว็บเราใน 24 ชั่วโมง


1. Tag on Social Bookmarking Sites
ให้ระบบของ Social Bookmarking ช่วยเรา โดยการเป็นสมาชิกของDel.icio.usBlinkListStumbleUpon.com,BlinkList หรือ Furl จากนั้น ให้เพิ่มเว็บเราเข้าไป

2. Comment on popular and recent blogs (with your link)
ไปแสดงความเห็นตามเว็บไซต์หรือ blog ดังๆ

3. Create, Submit, and Ping your XML Sitemap
ไปสร้างบัญชีสมาชิกใน Google Webmaster Central และทำ sitemap เพื่อให้ Google ได้ทำการ ping เว็บไซต์ของเรา

4. Install Google Analytics
ติดตั้ง Google Analytics ในเว็บไซต์ของเรา โดยการไปเปิดบัญชีกับมัน (ฟรี) แล้วก็เอา Code มาติด เราก็จะทำให้ Google รู้จักเว็บไซต์เราอีกทางหนึ่งรวมทั้งได้สถิติดีๆ ไว้ใช้งานอีกด้วย

5. add url ให้ google รู้จัก