วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554

เพิ่ม position ให้กับ joomla


position ใน joomla เป็นตำแหน่งที่ถูกสร้างขึ้นให้กับโมดูลต่างๆได้เลือกใช้ เช่น left , right , user1 , user2 เป็นต้น อันนี้ก็แล้วแต่ template จะอนุเคราะห์ตำแหน่งมาให้เราในการใช้งาน แต่ถ้าเราต้องการเพิ่ม position ใน template ของ joomla เองละจะทำยังไงทำได้ไหมคำตอบคือได้ครับ ไม่ยากด้วย
โดย Position ใน template ของ joomla จะถูกกำหนดไว้ที่ไฟล์ index.php โดย จะอยู่ในส่วนของ code รูปแบบนี้นะครับ
1
<jdoc:include type="modules" name="left" />
โดยที่ตรง name คือการกำหนดชื่อของ position ลงไป เช่น
1
2
<jdoc:include type="modules" name="user7"  /> <!-- กำหนด  position ชื่อ user7 -->
<jdoc:include type="modules" name="toolbar"/> <!-- กำหนด  position ชื่อ toolber-->
และให้แสดงรายละเอียดของ position ด้วยก้ต้องไปแก้ไขไฟล์ templateDetails.xml โดยจะเป็นแบบนี้
1
<position>ชื่อของ Position</position>
ตอนนี้เรารู้โค็ดแล้วก็นำมาใช้งานกันดีกว่าให้เราไปที่โฟลเดอร์ template ที่เราใช้งาน ในที่นี้ผมขอใช้ template beez ในการทดสอบละกันก็ไปที่ templates/beez/ เปิดไฟล์ templateDetails.xml ขึ้นมาและดูในส่วนของแท็ก position ให้เราเพิ่ม position ที่ต้องการเข้าไป
1
<position>bottom</position>
joomla-position
ต่อมาก็เปิดไฟล์ index.php ของ template ขึ้นมาเพิ่มโค็ดด้านล่างไปยังตำแหน่งที่ต้องการให้แสดงผลออกมา
1
2
3
<div class="bottom">
<jdoc:include type="modules" name="bottom"  />
</div>
พอเรา preview template ก็จะมี bottom ขึ้นมาให้ใช้งาน…
Selection_001

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554

SEO (Search Engine Optimization)


ขั้นตอนการทำ SEO ขั้นที่ 1 วิเคราะห์คู่แข่งและเลือกคีย์เวิร์ด ก่อนที่จะลงในเนื้อหา ขั้นตอนนี้ ผมจะพูดถึงเรื่อง SEO (Search Engine Optimization) กันก่อนนะครับ เผื่อมีบางคนหลงทางมาเจอ จะได้รู้ว่า SEO มันคืออะไร สำคัญยังไง ทำไมต้องทำ SEO ทำไมมีคนกล่าวถึงกันมากเหลือเกิน (ในกลุ่มเว็บมาสเตอร์และคนที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ต่างๆ) ก่อนอื่น ผมขอออกตัวก่อนนะครับว่า ผมไม่ได้เป็นเทพจุติจากที่ไหน แต่อาศัยว่ามีประสบการณ์ในการทำ SEO มาพอสมควร นอกจากนี้ ก็ยังได้ถ่ายทอดให้น้องๆ อีกหลายคนทำตาม และก็ประสบความสำเร็จมาแล้ว แต่ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับความขยันของแต่ละคนอีกหล่ะครับ SEO มันไม่ได้เป็นกฏตายตัว (เราไม่ใช่กูเกิ้ล เอ็มเอสเอ็น หรือ ยาฮูนี่ครับ) มันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ใครขยันหาข้อมูล รู้จักสังเกต นำมาปรับแต่งก็ได้เปรียบหล่ะครับ

SEO คืออะไร SEO (เอสอีโอ) มาจากคำเต็มๆ ว่า Search Engine Optimization ความหมายแบบบ้านๆ ลูกทุ่งๆ ก็คือ การปรับแต่งเว็บไซต์ และกระบวนการต่างๆ ของเว็บไซต์ตั้งแต่การออกแบบ เขียนโปรแกรม และการโปรโมทเว็บ เพื่อให้ติดอันดับต้นๆ ของ Search Engine (เครื่องมือค้นหาเว็บไซต์ต่างๆ เช่น Google, MSN, Yahoo, AOL เป็นต้น)
SEO สำคัญยังไง อินเตอร์เน็ตในยุคปัจจุบันนี้ คนส่วนใหญ่ใช้ Search Engine ในการค้นหาข้อมูล แทนที่จะต้องพิมพ์ URL (Uniform Resource Locator) ก็ใช้ Keyword (คำค้น) ป้อนลงไปใน Search Engine Box ต่างๆ ก็จะค้นหาสิ่งที่ตัวเองต้องการได้อย่างง่ายดาย และตรงประเด็น มีให้เลือกเปรียบเทียบอีกหลายๆ แห่ง สำหรับเรื่องๆ นั้น และเมื่อค้นพบแล้ว ก็จะมีการแสดงผลออกมาหลายๆ หน้า หลายๆ เว็บไซต์ เว็บที่ถูกแสดงเป็นอันดับที่ 1 2 3 หรือที่แสดงผลในหน้าแรก ก็จะถูกคลิกเข้าไปดูข้อมูลมากที่สุด ด้วยเหตุนี้เอง เว็บไซต์ต่างๆ ย่อมต้องการให้เว็บตัวเองขึ้นอันดับ 1 ของ Keyword นั้นๆ เผื่อผลประโยชน์หลายๆ ด้านเช่น ขายสินค้า โฆษณา หรือโปรโมทร้านค้า บริษัทของตัวเอง ทำให้ได้เปรียบคู่แข่ง ดังนั้น ผมสรุป ความสำคัญของ SEO ออกมาเป็นข้อๆ ดังนี้นะครับ (ใครต้องการเพิ่มก็เขียนไว้ที่ คอมเม้นท์นะครับ)


  1. ทำให้เว็บของเราติดอันดับต้นๆ ในการแสดงผลงการค้นหา
  2. การเขียน Title ที่ดี Keyword Intrend ช่วยทำให้สะดุดตา แม้อันดับต่ำกว่า ก็มีสิทธิ์ถูกคลิกมากกว่า
  3. ทำให้เว็บเราถูกหลักของ W3C ซึ่งเป็นมาตรฐานของภาษาที่ใช้เขียนเว็บ ทำให้ดูสละสลวยเมื่อ Search Engine มาเจอก็เก็บข้อมูลต่างๆ ได้ง่าย
  4. เมื่อติดอันดับต้นๆ ทำให้ขายสินค้าได้ โฆษณาเข้ามา เพราะมีทราฟิก
  5. ติด Adsense ก็มีโอกาสที่จะได้รับเงินค่าโฆษณาที่สูงด้วย เพราะมีทราฟิกก็มีโอกาส



credit : http://www.easycashservice.com/seo1.htm



วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

AIS apn setup Android

AIS apn setup Android

Name: [any_name]
APN: internet
 
Username: ais
Password: ais
SERVER: no
MMSC: http://mms.mobilelife.co.th
MMS proxy: 203.170.229.34
MMS port: 8080
MCC: 520
MNC: 01
APN type: default

text-indent


กำหนดย่อหน้าโดย 
exam
p{ text-indent:50px; }

ตัวเลข 50px คือให้ย่อหน้าเข้าไปประมาณ 50 px

วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

จัดตำแหน่งด้วย float and clear

การวางตำแหน่ง layout ของ div แต่ละอัน เรามักจะใช้ property float และ clear เป็นประจำ ทำให้เราวางตำแหน่งได้อิสระมากขึ้น ในกรณี ที่ต้องการให้มีหลาย คอลัมภ์ ใน 1 หน้า
float นั้นจะคล้าย align ที่เราใส่ใน table เมื่อต้องการให้มันอยู่ชิดด้านซ้าย ก็ใส่ float:left ถ้าชิดขวาใส่float:right
ส่วน clear นั้น clear:left คือ ไม่ยอมให้มีอะไรอยู่ด้านซ้าย , clear:right คือ ไม่ยอมให้มีอะไรอยู่ด้านขวา,ที่มักใช้เป็นประจำคือ clear:both คือ ไม่ยอมให้มีอะไรอยู่ทั้ง 2 ด้าน มักจะใช้กับส่วน footer
จากโค้ด css
<style type=”text/css”>
#col-one{width:300px; height:200px; background:#666666}
.no1{width:100px; height:100px; background:#FFCC00;}
.no2{width:100px; height:100px; background:#99CC00;}
</style>
และ html ดังนี้
<div id=”col-one”>
       <div class=”no1″>no1</div>
        <div class=”no2″>no2</div>
</div>
จะได้ กล่องเรียงกันลงมา แบบนี้
div
เราจะเพิ่ม float:left; เข้าไปที่ .no1 และ .no2 จะได้เป็น
.no1{width:100px; height:100px; background:#FFCC00; float:left}
.no2{width:100px; height:100px; background:#99CC00; float:left;}
ทำให้ div no1 นั้นชิดซ้าย และ no2 ก็ตามขึ้นมาด้วย
float left
no1- left, no2 – right
.no1{width:100px; height:100px; background:#FFCC00; float:left}
.no2{width:100px; height:100px; background:#99CC00; float:right;}
จะได้
float_left_right
สมมติว่า เรายังไม่รู้ว่าเนื้อหา ใน col-one นั้นจะมีเท่าไร ถ้ามีมาก ส่วนพื้นหลังสีดำ ก็ควรจะยืดลงมามาก ถ้ามีน้อยก็ควรจะหดสั้นลงให้พอดีกับเนื้อหา ตอนนี้เรากำหนดไว้ที่ height:200px; เราจะลบ property นี้ออก จะเป็น
#col-one{width:300px;background:#666666}
จะได้ผลดังนี้
float no clear
จะเห็นว่า Fx จะไม่ทำแบ็คกราวน์ยืดลงมาตามสิ่งที่มีอยู่ข้างใน แต่ IE6 ทำ ส่วน opera netscape ทำเหมือน Fx
วิธีทำ cross browser สำหรับกรณีแบบนี้ คือ ใช้ class clear-all
.clear-all{clear:both; line-height:0; height:0;}
คลาสนี้ ควรจะเป็นคลาสที่มีอยู่ในไฟล์ .css ทุกครั้งที่มีการใช้ float จะต้องมีการ clear เสมอ เราจะใส่ class นี้ ใน tag <br> หรือ div จะได้เป็น html ดังนี้
<div id=”col-one”>
        <div class=”no1″>no1</div>
        <div class=”no2″>no2</div>
        <br class=”clear-all”>
</div>
ถ้าใส่ในรูป div จะได้
<div id=”col-one”>
        <div class=”no1″>no1</div>
        <div class=”no2″>no2</div>
        <div class=”clear-all”></div>
</div>
ก็จะทำให้ ส่วนพื้นหลังสีดำยืดลงมา เหมือนในรูปของ IE6 ถ้าเมื่อไรที่มีวัตถุลอยขึ้นไป ไม่ตรงตำแหน่งที่วางไว้ หรือส่วนแบ็คกราวน์ ไม่ยอมยืดลงมา ก็ให้สังเกตที่ตัว float และ clear อาจมีการ float ไม่ถูกต้อง หรือ อาจมีการ clear ไม่ถูกที่ อย่างใดอย่างหนึ่ง
ภาพตัวอย่างการ layout ด้วย float และ clear
float layout
ตำแหน่งของ html จะเรียงจากบนลงล่างซ้ายไปขวา ดังนี้
<div id=”header”></div>
<div id=”green”></div>
<div id=”yellow”>
        <div id=”pink”></div>
        <div id=”sky”></div>
        <br class=”clear-all”>
        <div id=”grey”></div>
</div>
<div id=”footer”></div>
ส่วนของ css ที่กำหนดความกว้างสูง และ สี ลองไปเติมกันดูครับ